ข่าวสาร

powered_by.png, 1 kB
Home

OS BMX of Thailand
ส่งเรื่องโดย Web Master   
Thursday, 12 June 2008

  

กว่าจะมาเป็น BMX

BMX (Bicycle Motocross) ได้ถือกำเนิดมาจากฝั่งประเทศตะวันตก ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา จากกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่อยากจะขี่จักรยานได้เหมือนกับจักรยานยนต์วิบาก (Motocross)โดยได้มีการนำจักรยาน ประเภท Stingray มาขี่ในสนามทำขึ้นเหมือนกับสภาพสนามการแข่งขันจักรยานยนต์วิบาก (Motocross) โดยในยุคเริ่มต้นของจักรยาน BMX นั้นมีการปรับปรุงสมรรถนะของจักรยานโดยมีการนำระบบกันสะเทือน (Shock-Up) มาใช้กับตัวโครงรถและตะเกียบด้านหน้า แต่เนื่องจากน้ำหนักที่มากบวกกับราคาที่ค่อนข้างสูง และเพื่อให้ได้มีการใช้งานอย่างคล่องตัวและเด็กๆสามารถจะเป็นเจ้าของรถอย่างไม่ยากเย็น ผู้ผลิตจักรยานในยุคนั้นจึงได้มีการปรุงและลดชิ้นส่วนต่างๆที่ไม่จำเป็นออกไป รูปแบบของจักรยาน BMX ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจึงได้กำเนิด ณ จุดนี้เอง

BMX ในประเทศไทย

จากอิทธิพลดังกล่าว ความนิยมของรถจักรยานประเภทวิบาก (Bicycle Motocross) ได้รับความนิยมและมีการแพร่หลายไปยังทั่วทุกมุมรวมทั้งประเทศไทย ซึ่งในช่วง พ.ศ. 2518 นี้เองก็เป็นช่วงหนึ่งของหน้าประวัติรถจักรยานประเภทวิบากที่เรียกกันว่า Bicycle Motocross ช่วงนี้เองเป็นช่วงที่เด็กไทยมีความใฝ่ฝันอยากจะได้รถในฝันของตัวเองที่สามารถขี่ได้เหมือนกันกับสื่อที่ได้เห็นตามหน้าหนังสือรวมทั้งภาพยนตร์ ยุคนี้เองไม่มีใครที่จะปฎิเสธที่จะไม่รู้จักรถจักรยานที่มีโช๊คอัพอยู่ตรงกลางนาม “Merida Mono-Shock” จะเห็นได้จากทุกๆสนามการแข่งขันนั้นล้วนแล้วแต่จะมีรถยี่ห้อปรากฏอยู่ทุกๆสนามไป

ในยุคของการแข่งขันแรกๆนั้น (พ.ศ. 2519-2524) จักรยานประเภทวิบากนี้ยังต้องอาศัยสนามแข่งขันเดียวกับรถจักรยานยนต์วิบาก มีการสลับขั้นรายการระหว่างการแข่งทั้ง 2 ประเภทนี้ และช่วงระหว่างปีนี้เองนักแข่งหลายๆคนเริ่มที่จะมีการใช้จักรยาน BMX เข้าร่วมการแข่งขันเนื่องจากน้ำหนักที่เบากว่ารถประเภทโมโนโช๊คหลายตัว ใช้งานคล่องตัว เริ่มมีปรากฏให้เห็นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากยี่ห้อ โอลด์อีเกิ้ล ไปจนถึง ปรีดา BMX ไปจนหลากหลายยี่ห้อที่ผู้ผลิตจักรยานในประเทศไทยได้พัฒนาและผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการอันล้นหลาม

ปีพ.ศ 2524-2526 ปีนี้เองนับเป็นปีทองที่รุ่งเรืองของจักรยาน BMX เนื่องจากความเสื่อมถอยความนิยมของรถโมโนโช๊คที่มีน้ำหนักมากบวกกับราคาของจักรยาน BMX ที่ถูกขึ้นเรื่อยๆนั้นส่งผลให้รถโมโนโช๊คได้หายตายไปกับสนามการแข่งขันจักรยานประเภทวิบาก ภาพที่เห็นในช่วงนั้นจะมีแต่จักรยาน BMX เท่านั้นเอง อะไหล่ดีๆจากต่างประเทศไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น และ อเมริกาก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยโดยร้าน, ห้างหุ้นส่วนต่างๆ ต่างก็ประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจเนื่องจากผลพวงความนิยมของจักรยาน BMX นี้เอง


ยุคนี้มีการจัดแข่งกันทั่วสารทิศ นักแข่งฝีมือดีๆเริ่มปรากฏ รวมทั้งทีมแข่งจากหลากหลายสังกัดที่เริ่มเฟ้นหานักแข่งฝีมือเข้าประจำสังกัดของตนเอง ส่วนรายการการแข่งขันจักรยานยนต์วิบากนั้นไม่มีงานไหนที่จะไม่มี BMX ปรากฏ


ยุคสลายของวงการ BMX ในประเทศไทย


แฟชั่นและอารยะธรรมทางเทคโนโลยีที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยที่มีผลให้เด็กไทยในสมัยนั้นเริ่มเปลี่ยนแปลงความสนใจการที่เคยมีแต่จักรยาน BMX อย่างเดียวเปลี่ยนมาเป็นจักรยานประเภทเล่นท่า (Freestyle BMX), เกมส์กด, ตู้เกมส์ , โรลเลอร์สเก็ต ฯลฯ รวมทั้งน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อ พ.ศ.2526 ที่ทำให้จักรยานดีๆหลายคันได้จมหายไปและอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับผู้จัดการแข่งขันหลายรายทำให้ความนิยมรถจักรยาน BMX เสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็วจนหมดไปจนเหลือแต่ภาพทรงจำที่รุ่งเรืองในอดีต

OLD SCHOOL BMX Thailand

กลุ่ม OLD SCHOOL BMX Thailand ได้ก่อกำเนิดขึ้นจากกลุ่มคนในวัยที่เคยลิ้มและได้สัมผัสกับความรุ่งเรืองในอดีตของจักรยาน BMX และได้เล็งถึงคุณค่าของจักรยาน BMX รุ่นเก่าหลังจากที่หายไปจากท้องถนนร่วมระยะเวลากว่า25ปี จึงรวมตัวกันขึ้นโดยจุดประสงค์หลักที่อยากให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสได้เห็นและสัมผัสสิ่งที่เคยรุ่งเรืองของจักรยาน BMX โดยจัดนำเสนอรถจักรยาน BMX ที่ได้เคยรับความนิยมในอดีตที่ยังอยู่ในสภาพใช้งานได้ดีและได้รับการบูรณะให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งสามารถหาดูได้ยากมากๆ ณ ปัจจุบัน เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับคนรุ่นใหม่ๆที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อนรวมทั้งผู้สนใจทั่วไปทั้งที่เคยและไม่เคยสัมผัสรถจักรยานประเภทนี้มาก่อน

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 22 July 2008 )
 

Who's Online

ขณะนี้มี 13 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิก ออนไลน์
  • LBarksdal
© 2014 www.osbmx-thailand.com
Joomla! International Edition is Free Software released under the GNU/GPL License.